วันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เธอตอบแทนเพียงเสี้ยงจันทร์ข้างแรม

“เธอตอบแทนเพียงเสี้ยวจันทร์ข้างแรม”

ห้วงคำนึง ณ ตีหนึ่งสิบสาม

โดย วุ้นแปลภาษา



ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนผ่านจากสิ่งแวดล้อมหนึ่งไปสู่อีกสิ่งแวดล้อมหนึ่ง ไม่ง่ายนัก กับปมในใจ ที่จะอย่างไรไม่มีวันคลายออก

ออกเดินทางสู่บ้านไร่ อย่างน้อยที่นั่นก็เป็นสถานที่หนึ่งเดียวเท่าที่พื้นที่สีเทาของสมองจะนึกออก ไม่คิดอะไรมากไปกว่าการอยู่เพียงลำพัง ได้ให้เวลากับตัวเอง แค่ทบทวนถึงสิ่งที่ผ่าน ก็เจียนจวนจะกระอักแล้ว ไม่มีเสี้ยวหนึ่งของมโนสำนึกใดที่จะนึกถึงวันพรุ่งนี้ที่กำลังเป็นไป

เหม่อมองออกนอกช่องเล็กๆ ดาวยามค่ำคืน ที่ส่องมาแม้เพียงน้อยนิด แต่กลับสว่างไสวกว่าแสงในใจของเขาเสียอีก มืดมนอนธการ ตั้งแต่เปิดเปลือกตาดูโลก คงไม่เคยได้แม้สัมผัส ณ วินทีนี้กลับรู้ซึ้งถึงนิยามได้อย่างถึงแก่นใจ

เสียงจากคลื่นที่ลอยมากระทบหู แม้ไม่ตั้งใจฟัง ก้องชัดในใจ โดยไม่ต้องปรับความถี่ สิ่งที่เห็น เป็นบาดแผลลึก กลับยิ่งสาหัสกว่าเดิม คล้ายต้องการกระหน่ำให้ดิ่งจมลึกอยู่ในป่าแห่งความโศก แม้รู้ทั้งรู้ต่อไปข้างหน้า จะผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ยังเดินต่อไป ปราศจากเสียงจิตอีกซีกที่จะคอยยับยั้งชั่งอารมณ์ ให้หยุด หรือเพียงผลาญเวลาเพียงน้อยนิด แลกความสุขที่เล็กน้อยยิ่งกว่า

“จะจดจำให้ขึ้นใจ

ทุ่มเทรักให้ไปเต็มเปี่ยม

เธอตอบแทน

เพียงเสี้ยวจันทร์...ข้างแรม”


บทเพลง เร่งเร้าให้น้ำตาเอ่อ น้ำเสียงราวรู้ใจว่าต้องการระบายสิ่งใดออกมา รอเพียงแค่เวลาที่จะทั่งถามโถม น้ำตากับบุรุษเพศ ไม่ใช่สิ่งเข้ากัน แต่ทำไมไม่รู้สึกแปลกสักนิด หากต้องเสียของเหลวที่กลั่นออกมาจากหัวใจ โดยอาศัยดวงตาเป็นช่องทางผ่าน เสมือนต้องลบล้างความทรงจำที่เคยผ่านเครื่องบันทึกที่ดวงตาคู่นี้ แล้วลิ้นชักในกระโหลกเป็นแหล่งเก็บข้อมูลอย่างเยี่ยมยอด อย่างที่ไม่มีเอาออกจากความทรงจำได้เลย

แท้จริงแล้วด้วยปิติสุข ได้หลุดพ้น หรือ เวียนว่ายตายเกิด หาได้หลุดพ้นจากบาศก์บ่วงที่เรียกว่า รัก น้ำตาจึงได้ไหลหลั่งออกมา

“หมดกำลังไร้เรี่ยวแรง

เคยเข้มแข็งเพียงใดไม่พอ

ขออำลาฝืนชะตาทำไม”

เพิกเฉยไม่ได้แม้เศษเสี้ยวความคิดคำนึง จะอย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว ย่อมเกิดขึ้น สายน้ำไม่มีวันไหลกลับฉันท์ใด ชีวิตต้องเดินหน้าต่อไป ต่อให้บอบช้ำสักเพียงไหน น้อยใจชะตาฟ้าดิน พรหมไม่ได้ขีดเขียนลิขิตมา ยอมรับ และเดินจากไป เจ็บเก็บกลั้นไว้ในใจ เหลือไว้แต่ ห่วงใย มิรู้คลาย

“ตราบใดที่ดาวห่วงฟ้า ยังห่วงใย ทนมานาน ก็เพราะรักเธอหมดใจ..”


วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

จุดตัวเองก็ยอมทันใด ให้ลุกเป็นไฟขึ้นมา


ไม้ขีดไฟกับดอกทานตะวัน

เจ้าไม้ขีดไฟ ก้านน้อยเดียวดาย

แอบรักดอกทานตะวัน

แรกแย้มยามบาน อวดแสงตะวัน

ช่างงดงามเกินจะเอ่ย

ดอกเหลืองอำพัน ไม่หันมามอง

แม้เหลียวมา ยังไม่เคย

ไม้ขีดเจ้าเอ๋ย เลยได้แต่ฝัน ข้างเดียว

ดอกไม้จะบาน และหันไปตาม

แต่แสงจากดวงอาทิตย์

จุดตัวเองก็ยอมทันใด ให้ลุกเป็นไฟ ขึ้นมา

เพียงปรารถนา ให้มีลำแสง สีทอง

จุดตัวเองก็ยอมทันใด ให้ลุกเป็นไฟขึ้นมา

เพียงปรารถนา ดอกทานตะวัน หันมองสักครั้ง

หากจะมีสักเพลงที่ใช้ภาษาเปรียบเปรยความรักที่ไม่สมหวัง แนวดอกฟ้ากับนายกระจอกที่เกลื่อนกลาดดาษดา เต็มสองรูหูเมื่อเปิดฟังตามคลื่นวิทยุต่างๆ หนึ่งในนั้นต้องมีเพลง ไม้ขีดไฟกับดอกทานตะวัน รวมอยู่ด้วยอย่างไม่มีข้อปฏิเสธใดๆ ความงดงามของภาษาถึงขั้นที่เพลงนี้ไม่มีเพส คำว่าไม่มีเพศของผม ไม่ได้หมายถึงเป็นเพลงของเพศที่สาม แต่ประการใด หากแต่หมายถึงเป็นเพลงที่ใช้แทนทุกผู้ทุกคนจริงๆ

เสียงร้องของคุณวิยะดา โกมารกุล ณ นคร จากที่เคยประทับใจมาแล้วกับเพลงรักหวานๆ อย่างขอจันทร์ที่เนื้อร้อง ที่ว่า

...จะขอ..ให้มีแค่ใครคนหนึ่ง

ที่จะไม่ทำให้ช้ำ และไม่ทำให้เราเศร้าใจ

อยากจะเพียงขอ ให้มีสักคนเคียงใกล้

ให้เขามีความจริงใจ และไม่คิดจะทำร้ายกัน...

หากเพลงนี้คือปฐมบทแห่งความรัก การแอบรักของเจ้าไม้ขีดไฟก้านน้อย คือภาคสอง ที่ไม่มีวันจะสมหวัง ไม้ขีดไฟ เปรียบไป มันก็คล้ายกับเราๆ ท่านๆ ที่สักครั้งในชีวิตที่เคยหวังในสิ่งที่ให้ตายก็ไม่มีวันได้มา แต่เราๆ ท่านๆ จะทำได้อย่างในเพลงหรือที่ยอมเสียสละแม้กระทั่งชีวิตตัวเอง เพื่อให้ได้เพียงแค่การเหลียวและแล ซึ่งเจ้าไม้ขีดไฟ อาจนึกดีใจไปว่า แค่เหลียวและแลมา นั่นคือจุดเริ่มต้นของคำว่าความสัมพันธ์ ที่พัฒนาการคือรู้สึกดี ก่อกำเนิดเกิดเป็นผลที่ชื่อว่ารักในที่สุด แต่ไม้ขีดไฟเอ๋ย ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเพียงไม่นานเจ้ามอดและไหม้เป็นธุลีไป ชีวิตมันก็แสนสั้นเช่นนี้ ยิ่งได้เสียงร้องที่เคมีลงตัวอย่างคุณวิยะดาแล้ว ระดับความน่าขนลุกเพราะไพเราะจับจิต เพิ่มอีกทวีคูณ

พี่จิก ประภาส เขียนเปรียบเทียบความรักออกมาอย่างเห็นภาพ ชัดเจน ไม้ขีดไฟ กับ ดวงอาทิตย์ ที่มีดอกทานตะวันเป็นสิ่งเชื่อมต่อสองสิ่ง แต่อย่างว่า ดอกทานตะวันและดวงอาทิตย์ก็คู่กันมาแต่ไหนแต่ไรมา ไอ้ที่เข้ามาทีหลังแต่ไม่เจียมอย่างไม้ขีดไฟมากกว่าที่สมควรต้องสำเหนียกตนเองไว้ให้มากว่า อะไรคือสิ่งที่เหมาะ อะไรคือสิ่งที่สม

ใครสักคนตรงนี้ ไม่แน่ใจว่าพี่จิก เขียนเพลงนี้เพื่อให้คุณวิยะดาร้องโดยเฉพาะหรือไม่ หรือว่าเขียนแล้ว ทีมงานเลือกไปให้คุณวิยะดาร้อง แต่จะอย่างไรก็ตาม โจทย์ที่เคยๆ ถามกัน ว่าใครสักคนมีไหม ที่ไม่คิดจะทำร้ายกัน สรุปว่าไม่มี ก็จริงเป็นการทำร้าย โดยที่ดอกทานตะวัน ไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่า มีไม้ขีดไฟก้านเล็กๆ ที่แอบหลงรักอยู่ ก็จะให้รู้ได้อย่างไร ในเมื่อทุกวันมีแสงจากดวงอาทิตย์มาเป็นกิจนิจ คงต้องรอวันโลกดับกระมังไม้ขีดไฟ จึงมีโอกาสได้เผยอขึ้นมามีความสำคัญ

สูญเสีย จนไม่มีจะเสีย




ในยุคสมัยที่เพลงของค่ายอาร์เอส ยังมีอะไรให้จับต้องได้มากกว่าในปัจจุบันนี้ อาร์เอสในสมัยนั้น ต่างจากสมัยนี้พอสมควร อย่างน้อยก็ยังพอมีอะไรให้ฟังได้บ้าง แม้ว่าหลายต่อหลายคนจะบอกว่า เพลงอะไรก็ไม่รู้ ไม่เห็นจะได้เรื่อง ดนตรีก็งั้นๆ ไม่เท่าไร แต่ผมในฐานะคนฟัง ไม่สนหรอกว่าดนตรีมันจะยังไง สนใจแค่ใช้ความรู้สึกฟัง แล้วมันใช่ ความรู้สึกฟังแล้วมันโดน ถ้าเป็นเด็กสมัยนี้ก็จะบอกว่า เพลงนี้ได้ใจเราไปเลย จะมีอ๊อด อ๊อด รึไม่ไม่สำคัญ

พูดถึงวงป๊อบร็อค ในสมัยนั้น นอกจากร็อคสไตล์ลูกคุณหนูอย่าง นูโว ที่บอกได้คำเดียวว่า ยกวงครับยกวง วงบ้าอะไร มีร้องนำตั้ง 3 คน แถมดนตรี ก็ได้อีกต่างหาก ไม่ธรรมดา เอาล่ะสิ ค่ายอาร์เอสจะงัดเอาอะไรมาสู้ วงปกเชิ้ต คือชื่อเดิมของวงนั้น จากการชักชวนของพี่เสือ ธนพล และพี่ต้อม เรนโบว์ ที่ชักชวนนัท หนึ่งในฟร้อนท์ของวงนี้ ที่เล่นมิวสิคเพลง ”ใจเดียว” จากสมาชิก 4 คน รวมกับอีก 2 หน่อ เป็น 6 กำเนิดเป็นวงเฟมขึ้นมา เพลงหนึ่งที่ผมชอบมากๆ มาจาก 1 ใน 2 อัลบั้ม ของพวกเขา ชื่อว่า “สูญเสีย”

แค่ท่อนนี้ เอาใจไปเลย

“ เป็นคนหนึ่งคน เกิดมาแล้วแค่ชาติเดียว

มีใครสักคน เข้ามาเป็นเพื่อนใจ

เคยเป็นกำลัง สร้างความหวังไว้ยิ่งใหญ่

ทางเดินอีกยาว สองคนต้องก้าวไป

เนื้อเพลงในสมัยก่อนยังมีสัมผัสกันครับ ไม่เหมือนสมัยนี้ แต่อย่างว่ายุคสมัยมันเปลี่ยนไป เฮ้อ...แก่แล้วนะไอ้อ้วน เรื่องของเรื่องเพลงนี้ ด้วยความบังเอิญที่ผม จัดบ้านครับ เจอแผ่นที่เคยไร้ท์ๆ เก็บไว้ ก็เลยเอามาเปิดฟัง โชคดีที่ช่วงนั้น ผ่านพ้นมรสุมรักไปได้แล้ว ไม่งั้นได้มีรายการขึ้นหน้า 1 โดยไม่ต้องจ่ายเงิน อารมณ์ของเพลง บ่งบอกความฟูมฟายในสไตล์ลูกผู้ชาย เห็นไหมครับ ใครว่าผู้ชายฟูมฟายไม่เป็น ไม่เชื่อมาดูเนื้อร้องที่ท่อนนี้กันครับ

ฝันของฉันมีเธออยู่ครึ่งหนึ่ง ฝากสัญญากันไว้

แล้วไม่เหลือใดเลย สักเสี้ยวหนึ่ง เธอเหยียบมันจมหาย

เห็นมั้ยครับ นอกจากฟูมฟายแล้วเจื๋อกตัดพ้ออีกต่างหาก แมนมากจริงๆ มรึง ไหนจะท่อนฮุคอีก

สูญเสีย จนไม่มีจะเสีย สูญเสีย ใจทั้งเจ็บทั้งอาย

สูญเสีย เราไม่มีความหมาย สูญเสีย ใจที่เคยทะนง

เอาเป็นว่าท่านใดที่รักเพื่อน อยากปลอบเพื่อน ที่กำลังอกหัก หรือพวกรักซ้อนซ่อนเงื่อน เพื่อนเป็นแต๋ว ขอแนะนำด้วยความปราถนาดีครับว่า ส่งเพลงนี้ให้เพื่อนผู้นั้นโดยพลัน

วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

อย่ารำคาญกันเลยนะเธอจ๋า......

“...ใช่รักไหมรัก ใช่หลงไหมหลง ซ่อนในอารมณ์ ในซอกหลืบ
ในจิตในฝัน อยากอยู่อย่างนั้น ไม่แตะไม่ต้องสัมผัสเธอ
ขอเพียงเท่านี้ ให้คงอยู่อย่างนี้ สิ่งดีก็หลงจนเกินสุข
อารมณ์นั้นลึก จะเก็บเธอไว้ ให้ลึก สุดใจ...”

อีกหนึ่งบทเพลงที่สะท้อนอารมณ์ของพวกแอบรัก ได้ดีมากๆ ผมชอบตรงคำว่า ซ่อนในอารมณ์ในซอกหลืบครับ มันบอกอะไรได้หลายๆ อย่าง ทั้งพฤติกรรมของตัวเอก หากเพลงนี้เป็นละคร ก็ประมาณว่า แอบรัก แอบหลง ทั้งๆ ที่ไม่มีวันสมหวัง แต่ขอเห็นหลังบ้าน ก็ยังดี เชื่อขนมกินได้ ทุกคนต้องเคยมีไอ้อารมณ์อย่างว่าเนี่ย

สมัยตอนเป็นนักเรียน ต้องอยู่หอกินนอน เพื่อนมักจะเอาเพลงนี้มาดีด กีต้าร์เล่นกัน เรียกว่า เพลงของพี่ปู พงษ์สิทธิ์ ทั้งแทรกและซึม ไปทุกอณูเด็กหออย่างพวกเรา เสียงของพี่ปู ทั้งออดทั้งอ้อน สะท้อนอารมณ์ของพวกแอบรักชาวบ้าน ว่า เฮ้ย มันอยากคร่ำครวญจริงๆ มันรันทดจริงๆ นะ ยิ่งไปแอบรักแฟนชาวบ้าน นี่โคตรจะเจ็บเลย คือไปแอบชอบแฟนเพื่อนไง เพื่อนสนิทด้วย ผู้หญิงก็เพื่อน ผู้ชายก็เพื่อน อะโห สุดยอดดราม่า ทำไปสิ ไอ้สุภาพบุรุษที่สุดในโลกน่ะ ชอบเขาแต่พูดไม่ได้ พระเอกมิวสิค ซ่อนเรือ (Ship Hides) ไอ้เพื่อนคนที่รู้ ก็บอกว่า เฮ้ย บอกไปเลย ชอบก็บอกว่าชอบ มันก็ใช่ ชอบก็บอกว่าชอบ แต่กรูยังอยากเป็นคนมีแค่ 2 เท้า ไม่อยากหา ตรีนที่ 3 มาเพิ่มเติมโดยไม่จำเป็น เก็บไว้เป็นความรู้สึกดีๆ อย่างนี้ไปตลอดดีกว่า

ล่าสุด เบน ชลาทิศ นักร้องร่างอวบ ระดับ 2 ครึ่ง นำเพลงนี้มาคัฟเวอร์ใหม่ โดยปกติแล้ว มักจะกล่าวกันว่า เพลงที่เอามาคัฟเวอร์ใหม่น่ะ สู้ต้นฉบับไม่ได้หรอก แต่สำหรับเพลงนี้ ก็ขอบอกเลยว่า ความไพเราะของทั้งสองเวอร์ชั่น คนละอย่างกันครับ เสียงของเบน กระชากอารมณ์ และใช้ลูกเล่นในการร้องมาก เสียงสูงก็ขึ้นสูง เพื่อบอกว่า คิดถึงสุดใจจริงๆ คำว่า “ไหม” ใน ประโยค “ใช่รักไหม รัก” ซึ่งความหมายคือ ถามเอง ตอบเอง รำพึงรำพันนั้น ร้องได้ชัดมาก ดนตรีประกอบ ทั้งเปียโน และไวโอลิน ทำให้เพลงนี้ มีเสน่ห์ ฉุดกระชากความเหงา เศร้า และในแต่ละท่วงทำนอง จะค่อยๆ เร้าให้คุณโศกสลด ไปกับเพลงครับ

อีกประโยคที่ชอบก็ “อย่ารำคาญกันเลยนะเธอจ๋า.....” ฉะนั้นคุณสุภาพสตรีทั้งหลายครับ ลองมองรอบๆ ดูสิว่ามีมั้ยพวกปลิงที่แอบชอบคุณอยู่ ต้องมีบ้างแหละ ถ้ามี ก็อย่าไปรำคาญเขาเลยนะเธอจ๋า..........

วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

เย้ยยุทธจักร หยันชีวิต

เพลงเย้ยยุทธจักร เป็นหนึ่งในบทเพลงที่สองจอมยุทธ หนึ่งมาจากพรรคฝ่ายธรรมะ อีกหนึ่งผู้มาจากอธรรม ทั้งสองคบหากันฉันท์มิตร ไม่ได้ไปเฝือกกะใครเลย แต่พอที่ต้นสังกัดของทั้งคู่รู้เป็นอันว่า ดราม่าบังเกิด เพราะธรรมะไหนเลยจะอยู่ร่วมกับอธรรมได้ ทั้งสองจึงถูกแอนตี้ โหวตออกจากยุทธภพ เพราะแกเป็นจุดอ่อนว่างั้น

ในสัมพันธ์นั้น ทุกครั้งที่ทั้งสองเจอกันจะต้องร่ำสุรากัน แล้วบรรเลงเพลงกัน ทั้งขลุ่ยและดีดเจ้ง ประสานเสียงราวกับเป็นเงาของกันและกัน นัยยะของความสัมพันธ์ที่แฝงอยู่ใช่เพียงแต่เรื่องของดีและร้ายคบหากันได้หรือไม่ แต่ กิมย้งยังกล้าๆ ประพันธ์ให้ผู้อ่านคิดลึกไปถึงความสัมพันธ์ในเรื่องเกินปกติของเพศเดียวกัน อีกด้วย

หากนับจำนวนนิยายกำลังภายในที่กลั่นออกจากมันสมองของกิมย้ง เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ทั้งเสียดสี และประณามบรรดาผู้ดีแปดสาแหรกทั้งหลายแหล่ในสังคมได้เป็นอย่างดี โดยผ่านตัวละครที่ชื่องักปุ๊กคุ้ง หรือจะใสซื่อ แต่ความโลภเข้าครอบงำก็เป็นอันว่า Here ได้ใจมากมายอย่าง ลิ้มเพ้งจือ ทั้งสองตัวละครยังทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้คัมภีร์ปีกาจู้ เพื่อฝึกยุทธให้สำเร็จ เอากะพวกมันสิ ดูใจแล้ว โห พวกพี่ได้ใจผมไปเต็มๆ ครับ อ๊อดอ๊อด

นอกจากนี้พันธะสัญญาของห้าขุนเขา ธำรงไว้เพียงเพื่อรักษาผลประโยชน์ของแต่ละฝ่าย หาใช่เพื่อความเจริญก้าวหน้าของยุทธภพสารขัณฑ์ไม่ เฮ้อ...ดูไปไม่แตกต่างจากหมากเกมหนึ่งของประเทศละแวกเส้นศูนย์สูตรเลย

ตัวละครเด่นอีกตัวที่หากไม่พูดถึงคงถูกเคืองแย่ ก็ตงฟางปุ๊ป้าย หรือบรูพาไม่แพ้ นั่นเองครับ เขาหรือเธอ คือผู้สัพพัญญู ผู้บรรลุซึ่งวิชาทานตะวัน และเป็นประมุขของพรรคตะวันจันทรา ที่หลินชิงเสีย เล่นในฉบับภาพยนตร์ ได้ระดับที่เรียกว่า โคตรดี เธอเป็นผู้หญิงที่เล่นบทกระเทยได้เนียนมาก ปัจจุบันในวัย 51 ปี เธอยังสวยไม่สร่างครับ ตัวละครตัวนี้ในเรื่องฝีมือ เลเวล 99 ติดอาวุธยุทโธปกรณ์ +10 อีกต่างหาก ใช้ชีวิตสันโดษที่ผาไม้ดำ ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับยุทธภพ แต่อียุทธภพนี่ต่างหากที่วิ่งไปเข้าทางตรีนนางแกเอง พอเป็นยังงั้น นางก็จัดไปเต็มๆ จ๊อบก็อินทุกพรรคไป แต่สุดท้าย ต่อให้เก่งขนาดไหน แต่สุดท้ายอันมนุษย์ขี้เหม็น ก็มาตกม้าตาย (ทำไมต้องม้าวะ เป็นหมีขาว หรือเพนกวินได้มั้ย) ให้กับเรื่องความรัก เฮ้อ...อีกที เซ็งเป็ดแมนดารินกันไปทั้งบางครับ ระลองฝีมืออยู่ เฝือกมัวแต่ห่วงปั๋ว เป็นอันเสียบครับ แทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ ซี้แหงแก๋ในอ้อมกอดปั๋วของนาง สอนให้รู้ว่ากำลังทำกิจใดๆ ให้มีสมาธิ จดจ่อกับสิ่งนั้น จะนั่งให้หมองแบบอิคคิวก็ได้ ไม่มีใครว่า

มาสาระกันสักนิด หาอ่านได้ทั่วไปครับ แต่วันนี้ไอ้วุ้นย่อยมาให้ท่านๆ ได้อ่านกันแบบหนุกหนาน กระบี่เย้ยยุทธจักร (จีนตัวเต็ม: 笑傲江湖; จีนตัวย่อ: 笑傲江湖; พินอิน: xiào ào jiāng hú) เฉี่ยเหงากังโอ๊ว หรือ เซี่ยวเอ้าเจียงหู โดย เฉี่ย แปลว่า ยิ้ม หัวเราะ, เหงา แปลว่า ผยอง หยิ่ง, กังโอ๊ว แปลว่า ยุทธจักร รวมแล้วพอจะแปลเอาความได้ว่า 'ยิ้มผยอง (ใน) ยุทธจักร' หรือ 'ยิ้มผยอง หยันยุทธจักร' ในความหมายของไทย "กระบี่เย้ยยุทธจักร" หมายความว่า "มือกระบี่มือหนึ่งแห่งแผ่นดินเยาะเย้ยความเป็นไปของยุทธจักร และ กฎเกณฑ์อันหลอกลวงของยุทธจักร" พอรู้แบบนี้และหากท่านเคยดูเรื่องนี้หรือเคยอ่านมาก่อนจะรู้เลยว่าตั้งชื่อเรื่องได้ Hit The Target เลย อีกอย่าง เรื่องนี้ไม่ได้ผูกติดกับประวัติศาสตร์ชาติจีนยุคใดๆ เลยแม้แต่น้อย

เอาเป็นว่าท่านใดยังไม่เคยอ่านเคยดู แนะนำหามาดูมาอ่านครับ

100 เพลงจี๊ดใจ ของผู้ชายชื่อวุ้น ตอน เจ็บพอท้วมๆ ไม่อ่วมฤทัย


เสียงพี่กุ้ง ตวงสิทธิ์ ยังคงเสียงที่นุ่ม และจะอมตะตลอดไป ไม่ว่าจะฟังเมื่อไหร่ก็ตาม เพลงนี้จริงๆ มันชื่อ หนึ่งเจ็บนี้ใช้หนี้ หรือ หนึ่งเจ็บนี้กันแน่ สงสัยอยู่ แต่ช่างเถอะ (ไม่ได้จบช่างจากวิทยาลัยใดๆ ทั้งสิ้น แต่คนไทยชอบเรียกหากันจริงๆ) สมัยก่อนผมฟังเพลงของพี่กุ้ง ถ้าจำได้ก็น่าจะทั้งรักทั้งเกลียด ที่ขอบอกว่าสมัยนั้นใครร้องไม่ได้เชยโคตร อ้อ...การฟังเพลงนิธิทัศน์ในสมัยนั้นไม่ถือว่าเป็นอาชญากรรม เพราะว่าในช่วงที่วงการทีวีบ้านเรา เริ่มเผยแพร่ในช่วงกลางวันประมาณสายๆ ไปจนถึง 4 โมงเย็น ใหม่ๆ นิธิทัศน์ครองช่อง 9 เต็มตัว การได้ดูมิวสิควีดีโอไปพร้อมๆ กับมีตัวหนังสือหุ้นวิ่ง ถือว่าปกติมากๆ เพลงไหนไม่ดังจะเปิดซ้ำแล้วซ้ำอีกจนมันติดหูคนฟัง จนถึงทุกวันการตลาดตีหัวเข้าบ้านแบบนี้ ยังใช้อยู่ครับ

มาที่ตัวเพลงนี้กันครับ หนึ่งเจ็บนี้ ภาษาสวยครับ พี่กุ้ง ตวงสิทธิ์ร้องตั้งแต่สมัยยังอยู่วงเพื่อนนี่หว่า ไม่ใช่พลอย กรรมผมดันไปคิดว่าพลอยซะงั้น วงพลอยมันพี่จิ๊บ วสุ กับ พี่ติ๊ก ชีโร่นี่ วงเพื่อนนี่มีตัวพ่อแห่งวงการเพลงอย่าง ทะนงศักดิ์ อาภรณ์ศิริด้วย พี่กุ้งเรียกว่าเป็นน้องเล็กของวง ถ้าจะเรียกให้ทันสมัยตามสำเนียงภาษาของชาวติ่งหูก็ พี่กุ้งนี่แหละ มักเน่พี่กุ้งเดบิวท์กับวงเพื่อนในอัลบั้มชุดที่ 2 ของวง โดยทำให้เพลงใจคนคอย กับว้าเหว่ ดังเป็นพลุแตก แถมเพลงงานวัด ที่เชื่อว่าชาวซิโด้กว่าครึ่งร้องได้ กับท่อน แทะไหมฝัน ดูรถไต่ถังด้วยความที่มีรูปเป็นทรัพย์ ทำให้พี่กุ้งยิ่งดังมากขึ้นไปอีก จนกระทั่งอัลบั้มชุดทั้งรักทั้งเกลียดในปี 2531 ซึ่งนับเป็นอัลบั้มที่ 5 ของวง วงนี้ก็เดินมาจนถึงจุดอิ่มตัว แล้วก็ยุบวงในที่สุด จากนั้นพี่กุ้งก็งานเพลงตามสไตล์นิธิทัศน์คือมีทุกแนวตั้งแต่ลูกทุ่ง ไปจนเพลงคัฟเวอร์ต่างๆ และยังได้ร้องเพลงสายตาโกหก ในช่วงมหกรรม ร้อยเนื้อ ทำนองเดียวที่เพลง Broken Hearted Woman ของ Jessica Jay ดังเป็นพลุ เปิดกันตั้งแต่โรมจนถึงรำวงรอบละ 2 บาท และดิสโก้บ้านนอกเลยทีเดียว

หนึ่งเจ็บนี้ ผมได้ฟังอีกทีในช่วงอายุยี่สิบปลายๆ ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้นึกถึงเนื้อร้องท่อนนี้ จริงๆ แล้วก็ทุกท่อนแหละครับ ที่เนื้อร้องลงตัว ดนตรีก็เศร้า เรียกว่า ใครที่กำลังอกหักอยู่ ฟังแล้วได้มีอาการ เศร้าถึงก้านสมองแน่ๆ

เอาล่ะ เชิญทัศนาเนื้อร้องท่อนที่ว่าครับ

"เจ็บในหัวใจที่ในทรวงค้างคา หนึ่งเจ็บนี้หนาใช้หนี้

ให้เธอเจอคนดีๆ สมใจที่หวัง จะอย่างไรยังรักเธอ

ฉันคงเก้อเหมือนหาดทราย ไร้คลื่นสาดซัด ไร้ลมแรงเป่า

โลกตรงมุมนี้เศร้า ไม่ต่างเรานักหรอกบอกให้เธอรู้ไว้ "

100 เพลงจี๊ดใจ ของผู้ชายชื่อวุ้น

100 เพลงจี๊ดใจ ของผู้ชายชื่อวุ้น


01 ลาบานูน - คำต้องห้าม

02 บอยสเก๊าท์ - ขอคืน

03 เจอาร์ - ทำไมจะไม่ได้

04 ตั๊ก ศิริพร - หมดห่วง

05 แอม เสาวลักษณ์ - ครึ่งหนึ่งของชีวิต

06 อ้อม สุนิสา - เป็นกำลังใจ

07 เฟม - สูญเสีย

08 แซม ยุรนันท์ - แทงข้างหลัง

09 ใหม่ - หนักเกินไปแล้ว

10 ไมโคร - จำฝังใจ


11. อินคา - ไม่เห็นใครแน่นอน

12. ตวงสิทธิ เรียมจินดา - สิ้นเยื่อขาดใย

13. สไมล์ บัฟฟาโล่ - ดีเกินไป

14. เต๊ะ ศตวรรษ - ไม่มีสิทธิ์

15. กุ้งนาง ปัทมสูตร - บอกได้ไหมว่ามันไม่จริง

16. พัชรา แวงวรรณ - ลืมเสียเถิด

17. บิ๊ก ดี2บี - คนใจอ่อน อ่อนใจ

18. โจ๊กเกอร์ - อยู่เพื่อรักเธอ

19. ยูเรเนียม - สมควรตาย

20. ไฮแจ็ค - แทงใจ


21. หนุ่มเสก - รู้สึกอย่างไรหรือเปล่า

22.นก จริยา - น้อยใจ

23. สุรวุฑ ไหมกัน - ตอบแทน

24. อัสนี&วสันต์ - อยากจะลืม

25. นันทิดา - คืนสุดท้าย

26. ติ๊ก ชีโร่ - ต่างกันตรงนี้

27. ไฮร็อก - กว่าจะรู้สึก

28. ต๊ะ ฌานิศ -ฉันคงจะเล่า

29. เบิร์ด - กลับไม่ได้ ไปไม่ถึง

30. เท่ห์ อุเทน - ต่างคนต่างไป


31. ยู่ยี่ - เราไม่ดีเอง

32. เบน ชลาทิศ - สุดใจ

33. หรั่ง - หลอกใช้

34. หิน เหล็ก ไฟ - ยอม

35. ใหม่ - ไม่เห็นเป็นไร

36. อนันต์ - ขอแรง

37. อริสมันต์ - ฝาด

38. เอก อิสระ วิทยนันต์ - ตะรางดวงใจ

39. เอิร์น - ใจของเธอ

40. แอม เสาวลักษณ์ - ล่า


41. จิ๊กโก้ นฤเบศร์ - หมดใจ

42. เจ - กองไว้

43. ชมพู ฟรุ๊ตตี๊ - ไปให้พ้น

44. ดัง พันกร - เพื่อใคร

45. ดู๋ สัญญา - พอใจแล้ว

46. โดม มาร์ติน - หมดสิทธิ์

47. วงตะวัน - ห่วงใย

48. แก๊งโฟร์ - ท่องจำขึ้นใจ

49. เท่ห์ - เงาใครในใจเธอ

50. ศุ บุญเลี้ยง - ศาลาคนเศร้า


51. หนุ่มเสก - ไม่อาจจะลืม

52.นุ้ก - ก่อนเกลียด

53. ออย ธนา - รอรัก

54. โบ สุนิตา - กีรติ

55. พงษ์พัฒน์ - ยอมแพ้

56. ติ๊ก ชีโร่ - เหนื่อยพอแล้ว

57. แซงค์ ปฏิวัติ - สะสาง

58. พิ้งค์ - ผู้หญิง...ลืมยาก

59. ไฮร็อก - นานแสนนาน

60. นิตยา บุญสูงเนิน - เจ็บนิดเดียว


61. วิยะดา - ไม้ขีดไฟกับดอกทานตะวัน

62. เจี๊ยบ พิสุทธิ์ - จุดจบ

63. กะลา - รอ

64. ตั้ม สมประสงค์ - กระจกเงา

65. Hyper - ขวากหนาม

66. เสือ ธนพล - รักคงยังไม่พอ

67. มาช่า - เวลากับคนสองคน

68. อริสมันต์- เธอลำเอียง

69. ธเนศ - ซ้ำเติม

70. บิลลี่ - ฟ้าคงสะใจ


71. เรนโบว์ - สิ่งสุดท้าย

72. สุรศักดิ์ - อิดออด

73. -The Must - องศาที่ต่างกัน

74. ขจรศักดิ์ - เลิกเลยมั้ย

75. ฝันดี ฝันเด่น - ลำบากมากไหม

76. เจี๊ยบ พิสุทธิ์ - ไม่ต่างกัน

77. ฮัท ศิววงศ์ ละคอนเรื่องนั้น

78. Bad Boy - อ้อนวอน

79. ตรีรัก - โยนให้หมากิน

80. ทัช - ไม่มีใครยอม


81. Hydra - ไว้ใจ

82. อริสมันต์- ไม่เจียม

83. กบ - รักข้างเดียว ช้ำอยู่แล้ว

84. พงษ์พัฒน์ - เวรกรรม

85. พลอย - หนึ่งเจ็บนี้

86. PINK - เริ่มจากร้อย

87. มิคกี้ - จุดไฟ

88. แมว จิระศักดิ์ - รับได้ไหม

89. ปวีณา - ไม่ขอเป็นรอง

90. เรนโบว์ - เท่านั้นก็พอ


91. UHT - ยังยินดีครับเพื่อน

92. The Outsiders - ฝืน

93. พัณนิดา - ฉากสุดท้าย

94. ปั่น - ฉันยังคอย

95. แสงระวี - แค่บอกเท่านั้นเอง

96. กุ้ง ตวงสิทธิ์ - ทั้งรักทั้งเกลียด

97. กษาปณ์ - ฉันมันเลว

98. เติ้ล ตะวัน - พระจันทร์สีน้ำเงิน

99. สวอน - คำว่า...ไป

100. ป้อม ออโต้บาห์น - ไม่มีอีกแล้ว